สิ่งสำคัญที่ต้องรู้! มาตรฐาน EV Charger ในประเทศไทย และวิธีเลือกเครื่องชาร์จให้ไม่พลาด
- CTMS TECHNOLOGY

- 34false44 GMT+0000 (Coordinated Universal Time)
- ยาว 1 นาที
มาตรฐานความปลอดภัยสิ่งสำคัญอันดับแรก ที่คนติดตั้ง EV Charger ในประเทศไทยต้องรู้ เพื่อป้องกันอันตรายจากระบบไฟฟ้า บทความนี้มาสรุปทุกข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจติดตั้ง EV Chager ให้ครับ

1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Hardwere)
ตัวเครื่องชาร์จและสายไฟต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากล (IEC) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด:
มอก. 61851 (เทียบเท่า IEC 61851) : มาตรฐานควบคุมระบบประจุไฟฟ้า ครอบคลุมถึงระบบความปลอดภัย และการสื่อสารระหว่างเครื่องชาร์จกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ของตัวรถ
มอก. 62196 (เทียบเท่า IEC 62196) : มาตรฐานสำหรับเต้าเสียบและหัวชาร์จ หัวชาร์จที่ใช้ในไทยส่วนใหญ่คือ Type 2 สำหรับ AC Charger และ CCS2 สำหรับไฟ DC Chager

2. มาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้า (ตามข้อกำหนด วสท. / MEA / PEA)
การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้กำหนดมาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำหรับ EV Charger ไว้อย่างชัดเจน
การแยกวงจรไฟฟ้า (วงจรที่ 2) : ต้องลากสายเมนใหม่จากมิเตอร์ หรือติดตั้งตู้ควบคุมไฟฟ้า (MDB) แยกย่อยสำหรับ EV Charger โดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้แย่งกระแสไฟกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเดิมในบ้าน
อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว (RCD) : เป็นจุดที่สำคัญมาก กฎหมายระบุว่าต้องมีระบบป้องกันกระแสตรงรั่วไหล (DC Leakage Protection 6mA) ซึ่งอาจใช้เบรกเกอร์ Type B หรือเบรกเกอร์ Type A ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์กันไฟรั่ว DC ในตัวเครื่องชาร์จ
ระบบสายดิน (Grounding) : ต้องมีการตอกแท่งกราวด์ (Ground Rod) แยกอิสระสำหรับเครื่องชาร์จ และต้องมีความต้านทานดินไม่เกิน 5 โอห์ม
3. มาตรฐานสำหรับสถานีชาร์จเชิงพาณิชย์ (Pubic EV Station)
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดสถานีชาร์จสาธารณะ มีมาตรฐานเพิ่มเติมด้านซอฟต์แวร์และธุรกิจ ดังนี้:
การขออนุญาต : ต้องดำเนินการจดแจ้งและขออนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้ากับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
มาตรฐานการสื่อสารระบบเปิด (OCPP) : ตู้ชาร์จควรต้องรองรับโปรโตคอล OCPP ขั้นต่ำเวอร์ชัน 1.6J เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการหลังบ้าน (CSMS) ของค่ายใดก็ได้ ป้องกันปัญหาการผูกขาดซอฟต์แวร์
มาตรฐานความทนทาน : ตู้ชาร์จภายนอกอาคารควรมีระดับการป้องกันน้ำและฝุ่นอย่างน้อย IP54 และทนต่อแรงกระแทก IK08
แนวทางการเลือกซื้อเครื่องชาร์จให้ผ่านมาตรฐาน
การเลือกเครื่องชาร์จที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับมาตรฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบไฟเพิ่มเติมได้มาก
อย่างเครื่องชาร์จของแบรนด์ Encharg ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มาตรฐานไทยโดยเฉพาะ ในรุ่นสำหรับบ้านพักอาศัย (AC Charger) จะมีการติดตั้งเซนเซอร์ป้องกันไฟรั่ว DC 6mA มาให้ในตัว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเบรกเกอร์ Type B ราคาแพงเพิ่ม และได้มาตรฐานกันน้ำถึงระดับ IP65 ส่วนในฝั่งตู้ชาร์จความเร็วสูงสำหรับธุรกิจ (DC Fast Charger) ก็ถูกออกแบบให้รองรับระบบ OCPP 2.0.1 อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้บริหารจัดการสถานีได้ง่าย

การติดตั้ง EV Charger ไม่ควรพิจารณาเพียงราคา แต่ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่สามารถออกแบบและประเมินระบบไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการดำเนินงานสถานีชาร์จมีความปลอดภัย ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าในระยะยาว



ความคิดเห็น