AC vs DC Charger ต่างกันอย่างไร? สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ใน 3 นาที
- CTMS TECHNOLOGY

- 5 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เวลาขับรถไปตามสถานที่ต่างๆ หรือกำลังจะเลือกซื้อเครื่องชาร์จติดบ้าน อาจจะเคยเห็นคำว่า AC และ DC ผ่านตากันมาบ้าง แล้วสองระบบนี้มันต่างกันอย่างไร? แบบไหนดีกว่ากัน? CTMS สรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ใน 3 นาทีครับ

หลักการสำคัญที่ต้องรู้ก่อนคือ : แบตเตอรี่ของรถ EV ทุกคันบนโลก เก็บพลังงานเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แต่ไฟฟ้าที่ส่งมาตามสายไฟบ้านของเราคือ ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ดังนั้น การจะเอาไฟบ้านไปเก็บในแบตเตอรี่รถได้ มันต้องมี "การแปลงกระแสไฟ" เกิดขึ้นครับ
1. AC Charger (การชาร์จแบบปกติ / กระแสสลับ)
เครื่องชาร์จแบบ AC คือเครื่องชาร์จที่เรานิยมติดตั้งกันที่บ้าน คอนโด หรือที่ทำงานครับ
กระบวนการทำงาน : ตัวตู้ชาร์จจะส่ง "ไฟกระแสสลับ (AC)" เข้าไปที่ตัวรถ จากนั้นระบบแปลงไฟที่ฝังอยู่ภายในรถ (เรียกว่า On-Board Charger หรือ OBC) จะทำหน้าที่แปลงไฟ AC ให้กลายเป็น DC แล้วค่อยส่งไปเก็บในแบตเตอรี่
ความเร็วในการชาร์จ : ค่อยเป็นค่อยไป (ใช้เวลาประมาณ 4-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของเครื่องชาร์จและ ขนาดแบตเตอรี่ของรถ)
เหมาะสำหรับ: การชาร์จข้ามคืนที่บ้าน ชาร์จระหว่างทำงาน หรือจอดรถทิ้งไว้นานๆ

2. DC Charger (การชาร์จแบบเร็ว / กระแสตรง / Fast Charge)
เครื่องชาร์จแบบ DC ตู้จะใหญ่ๆ มักพบเห็นได้ตามสถานีชาร์จสาธารณะ ปั๊มน้ำมัน หรือจุดพักรถตามสถานที่ต่างๆ
กระบวนการทำงาน : ตัวตู้ชาร์จ DC จะมีหม้อแปลงขนาดใหญ่อยู่ข้างใน ทำหน้าที่แปลงไฟ AC จากการไฟฟ้าให้เป็น DC เรียบร้อยตั้งแต่ในตู้ แล้วอัดฉีดไฟ DC "ตรงเข้าสู่แบตเตอรี่รถ" ได้เลย โดยไม่ต้องผ่านตัวแปลงไฟในรถ
ความเร็วในการชาร์จ: เร็วมาก! (ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที สำหรับการชาร์จจาก 10% ถึง 80%)
เหมาะสำหรับ : ทำสถานีชาร์จ Fleets รถองค์กร สายเดินทางไกลข้ามจังหวัด หรือเวลาที่ต้องการชาร์จด่วนเพื่อไปทำธุระต่อ

ตารางสรุปเปรียบเทียบ AC vs DC ให้เห็นภาพชัดๆ
คุณสมบัติ | AC Charger (ชาร์จไฟกระแสสลับ) | DC Charger (ชาร์จไฟกระแสตรง) |
จุดแปลงกำลังไฟ (Inverter) | แปลงไฟที่ตัวรถ (ผ่าน On-Board Charger) | แปลงไฟที่ตู้ชาร์จ (ส่งตรงเข้าแบตเตอรี่) |
ความเร็วในการชาร์จ | ช้า - ปานกลาง (4-10 ชั่วโมง) | เร็วมาก (30-45 นาที) |
กำลังไฟเฉลี่ย | 7.4kW - 22kW | 30kW - 960kW |
สถานที่ใช้งานหลัก | บ้าน, คอนโด, ออฟฟิศ, โรงแรม | สถานีชาร์จสาธารณะ, ปั๊มน้ำมัน, จุดพักรถ, องค์กรที่ใช้รถ EV, ร้านอาหาร |
ความเหมาะสม | เน้นจอดแช่ ชาร์จข้ามคืน ถนอมแบตเตอรี่ | เน้นรวดเร็ว แวะชาร์จระหว่างเดินทางไกล |
สรุปเลือกแบบไหนดี?
คำตอบคือ ต้องใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันครับ ในชีวิตประจำวัน (Daily Use) การชาร์จแบบ AC ที่บ้าน จะช่วยถนอมแบตเตอรี่ และความสะดวกสบาย ตื่นเช้ามาแบตก็เต็ม 100% พร้อมใช้งาน ส่วนเวลาขับรถเดินทางไกลข้ามจังหวัด การแวะชาร์จตู้ DC ตามสถานีสาธารณะ หรือจะเป็นการแวะพักตามร้านอาหาร ที่มีบริการสถานีชาร์จ ก็จะทำให้วางแผนในการเดินทางของคุณได้สะดวกมากขึ้นครับ
CTMS พร้อมดูแลทุกความต้องการของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จ AC Charger ที่บ้านอย่างปลอดภัยและได้มาตรฐาน หรือเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการติดตั้งสถานีชาร์จ DC Fast Charge เพื่อรองรับลูกค้า CTMS ยินดีให้คำปรึกษาและบริการติดตั้งแบบครบวงจรครับ!



ความคิดเห็น